วันศุกร์, มิถุนายน 26, 2009

พลังแห่ง Brand

ใครที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับ Bing ก็คงจะพอทราบว่า Microsoft นั้นทำการบ้านได้ไม่เลยเลย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเทคโนโลยี และในแง่ของการโฆษณา ที่ทำให้ Bing มีส่วนแบ่งการตลาดใน search engine เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จน Google เองยังต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ เหมือนกัน (ถึงแม้ว่าจะออกมาปฏิเสธว่าไม่กลัวหรอก แต่ก็คงต้องคิดหนักว่าจะหาอะไรมาต่อกรกับ Bing ดี) แต่จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้เห็นว่าในส่วนของ Visual Design (การออกแบบ) นั้น Bing ทำได้ดีกว่า Google ในแง่ของ Organization of features และ refine and filter options ซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างของ feature ต่าง ๆ รวมไปถึงตัวเลือกในการกรองผลการค้นหานั้น ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็ยังคงเห็นว่า Bing นั้นเหนือกว่า Google และก็มาถึงข้อสำคัญคือ relevance of results คือความถูกต้องหรือความตรงของผลการค้นหา ปรากฎว่าผู้ใช้เห็นว่า Bing นั้นทำได้เท่า ๆ กับ Google ซึ่งจากผลทั้งหมดจะเห็นว่า Bing นั้นเหนือกว่า Google ในทุก ๆ ด้าน (การศึกษานี้ ศึกษาผู้ใช้จำนวน 12 คน โดยสังเกตจากพฤติกรรมการใช้งานและการสัมภาษณ์)

แล้วทำไมคนยังคงเลือกที่จะใช้ Google มากกว่า Bing อยู่ ซึ่งนักวิเคราะห์ก็ออกมาบอกว่า จากการศึกษาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่า Microsoft จะทำ search engine ที่ดีเท่า ๆ หรือดีกว่า Google แต่แค่นั้นยังไม่พอ ในแง่ของเทคโนโลยี (และอื่น ๆ) Brand loyalty นั้นถือว่าสำคัญอย่างมาก ก็คงไม่แปลกหรอกครับที่ Google จะมีผู้ใช้ที่เหนียวแน่นออกซะขนาดนั้น ก็เค้าทำ search engine มาตั้ง 10 กว่าปีแล้ว (จนเดี๋ยวนี้ Google กลายเป็นคำกิริยาของการค้นหาเว็บไปแล้ว) ดังนั้น ถ้า Bing จะเอาชนะ Google ได้คงต้องทำการบ้านหนักกว่านี้ อาจจำเป็นต้องมี killer apps หรืออะไรที่มันโดนใจผู้ใช้จริง ๆ ถึงจะทำให้คนหันมาใช้ Bing แทน

ที่มา: http://www.techcrunch.com/2009/06/25/study-suggests-people-prefer-bings-design-to-googles-but-still-wont-switch/

ป้ายกำกับ: , ,

วันพุธ, มิถุนายน 24, 2009

Rapidshare โดนปรับ $34 ล้าน

รู้จัก Rapidshare มั้ยครับ (หลายคนที่เป็นมือโหลดคงยิ้ม ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ) Rapidshare เป็นบริการ share ไฟล์ต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยเราสามารถ upload ไฟล์ไปไว้บน server ของ Rapidshare แล้วก็ไปบอกให้คนอื่น ๆ ดาวน์โหลดไฟล์ บางคนอาจถามว่าอ้าว แล้ว Rapidshare ได้อะไร คือคนธรรมดาทั่ว ๆ ไปก็จะสามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ทีละไฟล์ ความเร็วไม่มากนัก ก่อนโหลดก็ต้องมีการนับถอยหลัง ดาวน์โหลดแล้วก็ต้องรอจนกว่าจะหมดระยะเวลาหนึ่ง ถึงจะเริ่มดาวน์โหลดได้อีก ถ้าอยากโหลดแบบไม่อั้นทำไง ก็จ่ายเงินซิครับ มีทั้งแบบรายวัน รายเดือน รายปี นั่นแหละครับที่ทำให้ Rapidshare เป็นที่แพร่หลายมากสำหรับเว็บต่าง ๆ (ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นไฟล์ที่ไม่ค่อยจะถูกลิขสิทธิ์เท่าไหร่ พวกโปรแกรม เกมส์ เพลง หนัง อะไรทำนองนั้นแหละครับ)

และวันนี้ Rapidshare ก็ถูกศาลที่ประเทศเยอรมันปรับเป็นเงิน $34 ล้าน พร้อมบังคับให้มีระบบการกรองไฟล์บน server ของตนเอง รวมทั้งให้ลบไฟล์เพลงต่าง ๆ ออกจาก server ในขณะเดียวกัน Rapidshare ก็คงจะอุทรณ์เกี่ยวกับการพิพากษาครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่า ค่ายเพลงนั่นแหละที่ควรจะหาลู่ทางหาเงินจากลูกค้า จากการขายเพลงหรือบริการ ในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งจะทำให้ลูกค้าหันมาซื้อของจริงมากขึ้น

พูดถึงกรณีนี้ สมัยก่อนจะมี Napster ซึ่งเป็นบริการที่ P2P สำหรับแลกเปลี่ยนเพลงจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง ฮิตมาก ประมาณว่าเป็นอะไรที่เปิดโลกของการโหลดเพลงเลยก็ว่าได้ จากนั้นก็โดนศาลล้มไป แล้วก็มีบริการอื่น ๆ ตามมามากมาย นึกถึงเหตุผลของ Rapidshare ก็เห็นด้วยในส่วนหนึ่งที่ว่า บางครั้งถ้าเพลงหรืออัลบัมมันดี คนฟังเค้าก็อยากอุดหนุนของจริงอยู่นะ แต่บางทีน่ะ อัลบัมนึง 10 เพลง ฟังได้จริง ๆ แค่ 2 เพลงเท่านั้น อีก 8 เพลงเหมือนทำมางั้น ๆ แค่เติมให้มันเต็ม ๆ เฉย ๆ แล้วราคาก็แพงเกิน จนกระทั่ง iTune ก็ได้เปิดโลกของธุรกิจใหม่ ด้วยการให้โหลดเพลงเฉพาะที่เราอยากฟัง แล้วก็คิดราคาเพลงละไม่กี่เหรียญ อยากฟังเพลงไหนก็ซื้อ ไม่ชอบก็ไม่ซื้อ ไม่ต้องถูกบังคับให้ซื้อทั้งอัลบัม ซึ่งก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะ

กลับมาที่ Rapidshare อีกครั้ง หวังว่าการตัดสินครั้งนี้คงไม่กระทบวงการ share ไฟล์นะครับ แต่ไม่เป็นไร ยังเหลือ DF, MU และอื่น ๆ อีกมากมาย ;-)

ที่มา: http://www.techcrunch.com/2009/06/24/ouch-german-court-slams-rapidshare-with-34-million-fine/

ป้ายกำกับ:

วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2009

Gmail Ninja

ใครใช้ Gmail มั้งยกมือขึ้น จำได้หรือเปล่าครับตอนสมัยแรก ๆ ที่ Gmail เปิดตัว เป็น web mail ตัวแรกที่ให้พื้นที่เยอะที่สุดถึง 2 Gb ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ web mail กำลังแข่งกันว่าใครจะให้พื้นที่เยอะที่สุด พอ Gmail เปิดตัวมา ประมาณว่า web mail ตัวอื่น ๆ หนาวไปตาม ๆ กัน ซึ่งสมัยแรก ๆ ไม่ใช่ว่าจะสมัครแล้วใช้งานกันได้เลยนะครับ เค้าจะใช้วิธี invite ซึ่งเราจะสมัครใช้บริการได้ จะต้องมีคนที่มี Gmail อยู่แล้วเป็นคนเชิญเรา ซึ่งคนที่มี Gmail ก็จะมีสิทธิ์เชิญ (invite) คนอื่นอีกประมาณ 10-50 คน จำได้ว่าตอนนั้นก่อนจะได้มาเนี่ย เลือดตาแทบกระเด็น ต้องไป post ตาม web board ต่าง ๆ เพื่อ post ข้อความขอ invite

หลังจากนั้น Gmail ก็ได้พัฒนา features ต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งาน mail แบบใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น Star, Label, Theme หรือแม้กระทั่ง feature ใหม่ ๆ ที่อยู่ในช่วงทดลองอยู่ หรือที่เรียกว่า Labs โดย feature ต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้การใช้งาน Gmail มีความแตกต่างจาก web mail ระบบอื่น ๆ เชื่อว่าในแง่ของ feature ต่าง ๆ Gmail น่าจะเป็นระบบ web mail ที่มี feature ต่าง ๆ ให้เล่นมากที่สุด อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนยังใช้ Gmail เป็นเหมือนกับ web mail ทั่ว ๆ ไป โดยไม่ได้ใช้ feature ต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ Gmail จึงเปิดตัวระบบ Help สำหรับ Gmail ที่เรียกว่า Become a Gmail Ninja (สงสัยได้รับแรงบันดาลใจจากรายการ Ninja Warrior หรือเปล่า 55)

โดยเมื่อเข้าไปที่ web site จะแบ่ง Tips ออกเป็น 4 ระดับได้แก่ White Belt, Green Belt, Black Belt และ Gmail master เปรียบได้กับสายขาว สายเขียว สายดำ และก็ปรมาจาญ ในแต่ละระดับก็จะมีเทคนิคหรือ Tips ต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง และสูง ลองเข้าไปดูได้ที่ http://www.google.com/mail/help/tips.html

ป้ายกำกับ: , ,

วันอังคาร, มิถุนายน 16, 2009

Opera Unite

รู้จัก Opera กันมั้ยครับ Opera เป็น Web Browser ที่ถูกพัฒนามาพร้อม ๆ กับ feature เด่น ๆ ที่กลายเป็น feature หลักของ Firefox หรือ IE เช่น Tab Browsing เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่า Opera จะเป็นผู้เริ่มต้นในการคิดค้นสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยทำให้การ Browse เว็บดีขึ้น แต่ Opera ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าใดนักในตลาด browser เพราะ feature เด่น ๆ ก็ถูกจับไปใส่ firefox, IE หรือแม้กระทั่ง chrome ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม หรือว่า Opera ทำการตลาดไม่ดีพอ หรือด้วยความเชื่อถือใน Brand หรือสาเหตุทางด้านเทคนิคอื่น ๆ ก็ตาม

จนกระทั่งมีข่าวลือว่า Opera จะทำการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ให้กับเว็บ หรือใช้ concept ที่ว่า "Reinvent the Web" ซึ่งก็ทำให้ทุกคนสงสัยกันมากว่า คราวนี้ Opera มีแผนการเด็ดอะไร ซึ่งวันนี้ (16 มิ.ย. 52) Opera ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่มีชื่อว่า Opera Unite โดยมีหลักการก็คือ เมื่อผู้ใช้ใช้งาน Opera Browser ก็จะทำให้เครื่องของผู้ใช้คนนั้นกลายเป็น Web Server ไปในตัว แล้วมันดียังไง ข้อดีก็คือเมื่อเครื่องมันกลายเป็น web server ผู้ใช้คนนั้นก็จะสามารถแชร์ไฟล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ภาพ เสียง รูปภาพ และอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งทำเป็น chat room ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยโปรแกรม server หรือโปรแกรมเสริมพิเศษอื่น ๆ โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องของผู้ใช้จะเป็น OS ใดหรือค่ายใด

ส่วนตัวมองว่า concept ของ Opera เป็น concept ที่ใช้ได้ทีเดียว เพราะจะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน web ให้มีความ interactive และ open มากขึ้น และมีลักษณะ collaborative มากขึ้น ต่อไปการส่งไฟล์อาจจะไม่จำเป็นต้องส่งผ่าน e-mail หรือทาง msn เพียงแค่เปิด browser แล้วก็คุยกัน อยากส่งอะไร ก็ให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาโหลดได้จากตัวเครื่องได้โดยตรงเลย ซึ่งตรงนี้น่าจะต้องมีการ config เกี่ยวกับเรื่องของ security หรือ privacy แต่ถึงยังไงก็ตามถือได้ว่าเป็น idea ที่โดนมาก ๆ

กลัวอย่างเดียวแหละครับ ถึงเวลาก็จะมีคนจับเอา idea นี้ไปยัดใส่ browser ตัวอื่นอีก Opera อาจจะจ๋อยอีกตามเคย

ว่าแล้วก็ลอง download ตัวที่เป็น lab release มา install ดูที่เครื่อง แล้วก็ลอง run แบบงงงงง ดูว่ามันจะเป็นยังไง ซึ่งหน้าตาก็เหมือน web browser ทั่ว ๆ ไป แต่ความรู้สึกก็ดูหรูหราดี แต่มันต้องไปที่เมนู Tools - Opera Unite Server ซึ่งจะให้เรา sign up หรือถ้าใครมี account อยุ่แล้วก็ sign in เข้าไป ก็จะมี url ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงมาที่เครื่องของเรา (ถ้าเราปิด opera browser) คนอื่นก็จะเข้าใช้งาน url นี้ไม่ได้ ในหน้าที่เป็น unite ของ opera ก็จะมี feature หลาย ๆ อย่าง เช่นการแชร์ไฟล์ หรือการ post note ต่าง ๆ ดังภาพ



ที่มา: http://www.techcrunch.com/2009/06/16/that-reinvention-of-the-web-thing-opera-was-talking-about-its-called-opera-unite/

ป้ายกำกับ: ,

วันเสาร์, มิถุนายน 6, 2009

Bing แซงหน้า Yahoo แล้ว

หลังจากเปิดตัวได้ไม่กี่วัน บริษัทที่เก็บข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตหลาย ๆ แห่งระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดของ Bing ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งขณะนี้ แซงหน้า Yahoo ไปแล้ว โดย StatCounter ระบุว่า Bing มีส่วนแบ่งตลาดถึง 16.3% ในขณะที่ Yahoo มีส่วนแบ่งเพียง 10.2% อย่างไรก็ตาม ยังคงห่างไกลเจ้าตลาดอย่าง Google ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดถึง 71.5% ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าส่วนแบ่งตลาดของ Bing ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้มาจากกลยุทธ์และงบประมาณในการประชาสัมพันธ์อย่างหนัก
ที่มา: http://www.tgdaily.com/html_tmp/content-view-42739-118.html

ขณะเดียวกัน Google ก็เพิ่งมีบริการใหม่ใน Google Labs ชื่อ Google Squared (http://www.google.com/squared) ซึ่งดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปให้แข่งกับ WolframAlpha ก็ต้องคอยดูกันต่อไป

ป้ายกำกับ: ,

วันจันทร์, มิถุนายน 1, 2009

Bing เปิดตัวแล้ว

หลังจากที่ได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับ Bing - Decision engine (Microsoft เค้าเรียกว่างั้น) ตัวใหม่ ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเปิดตัววันที่ 3 พ.ค. แต่วันนี้ (1 พ.ค.) Bing ได้เปิดให้ใช้บริการแล้ว สำหรับคนที่อยากลอง สามารถเข้าไปใช้งานได้ที่ www.bing.com ซึ่ง ณ ขณะที่ลองใช้งานอยู่นี้ ยังมีป้าย beta ติดอยู่ เท่าที่ลองใช้ดูคร่าว ๆ ก็เหมือน ๆ จะเป็น search engine อีกตัวนึง แต่ความเร็วถือว่าอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมาก เท่าที่ใช้ดูตอนนี้สามารถค้นหาเว็บและรูปภาพได้ แต่มีป้าย More ซึ่งน่าจะมีบริการอื่น ๆ ตามมาอีก ในส่วนของการค้นหารูปภาพนั้น Bing จะแสดง thumbnail และเมนูด้านซ้าย ซึ่งจะ filter รูปให้ ตามขนาด (size) ตาม layout ว่าเป็นรูปแนวตั้งหรือแนวนอน หรือตามสี ว่าเป็นภาพสีหรือขาวดำ ตามสไตล์ ว่าเป็นภาพถ่ายหรือภาพวาด หรือถ้าเป็นภาพคน จะเอาภาพที่มีหน้าหรือเอาทั้งส่วนหัวและไหล่ เป็นต้น ซึ่ง feature สุดท้ายเนี่ย ลองดูแล้วก็ไม่เห็นมันจะแตกต่างกันเท่าไหร่ ส่วน feature อื่น ๆ ใช้ได้ดีพอสมควรทีเดียว ส่วนเมนูอื่น ๆ มีเมนูให้ Sign in ด้วย account ของ Windows Live ID ซึ่งเมื่อ Sign in แล้วก็ไ่ม่ได้แตกต่างอะไรมาก นอกจากนี้ยังมี feature Extra ซึ่งสามารถกำหนด preference ที่สามารถเปลี่ยนภาษาที่ใช้งานได้

ในภาพรวม Bing ยังไม่ได้แสดงความประทับใจอะไรมากเท่าใดนัก (ไม่เหมือนกับ WolframAlpha ที่เปิดตัวได้อย่างแตกต่างก่อนหน้านี้) ยังไงก็ตามคงต้องรอดูอีกทีว่า Bing จะมีหมัดเด็ดอะไรที่จะงัดออกมาสู้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Google


ป้ายกำกับ: , ,

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 28, 2009

Palm

ถ้าพูดถึง Palm คนสมัยนี้อาจไม่คุ้นนัก เพราะบางคนเกิดมาก็จะคุ้นเคยกับ Windows Mobile ไปซะแล้ว แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนถามว่า ในตลาดของ PDA สมัยซัก 10 ปีที่แล้วเนี่ย ใครจะมาแรงเกิน Palm เป็นไม่มี สมัยนั้น Palm เปิดตัว PDA รุ่นแรก ๆ ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ของ PDA เลยก็ว่าได้ จำได้ว่าพอเห็นปุ๊บ ปิ๊งปั๊บทันที ปกติเป็นคนชอบ organize อยู่แล้ว พอเจอ palm รุ่นแรก ๆ ถึงแม้จะแพง แต่ก็ควักตังค์ซื้อเลยครับ แบบว่าจดหมายเลขโทรศัพท์ สมุดบันทึกนัดหมายประจำวันอะไรประมาณเนี้ย ที่เหลือก็เอาไว้เล่นเกมส์ 55 จำได้ว่าพกใส่กระเป๋าทุกวัน จนกระทั่งพอมีรุ่นใหม่ก็มา ก็ซื้อใหม่อีก 2 เครื่อง เครื่องสุดท้ายของ Palm ที่ซื้อเนี่ย เป็น Palm IIIx ซึ่งยังเป็นหน้าจอแบบขาวดำอยู่ พอซื้อมาได้ไม่ถึงอาทิตย์ Sony ดันออก clie ออกมา ซึ่งเป็นเครื่องแบบฝาพับเครื่องแรก มีกล้องติดมาด้วยอีกต่างหาก ก็เลยยอมกัดฟันซื้อมาอีกเครื่องนึง ตัว Palm IIIx ก็เลยเก็บเข้ากล่องไว้ ไม่ได้ใช้งาน แล้วก็ใช้เจ้า clie เรื่อยมา

ในขณะที่ยังจงรักภักดีต่อ palm แต่ก็แอบนอกใจไปฝั่ง Windows Mobile เหมือนกัน ก็เลยแอบไปซื้อ Pocket PC ของ Toshiba รุ่น e740 ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นรุ่น Top มั่ก ๆ จุดเด่นของรุ่นนี้คือ มันมี expansion สามารถต่อเข้ากับจอ VGA หรือ projector ภายนอกได้ ทำให้สามารถทำ presentation ได้โดยตรงจาก pocket PC โดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ แบบเป็นอะไรที่ cool มาก แต่ถามว่าตอนนั้นใช้อะไร ก็ยังคงใช้เจ้า clie เป็นอาวุธประจำกายอยู่ ซึ่งก็เหมือนคนที่ใช้สมัยนั้น ๆ คือ palm ยังครองส่วนแบ่งตลาดได้เยอะอยู่ ถามว่าทำไม เพราะมันถูก design มาเป็นเครื่อง PDA จริง ๆ ไง ในขณะที่ Pocket PC นั้นมันเป็นเหมือนพยายามจะทำให้คอมพิวเตอร์และ Windows มันขนาดเล็ก palm นั้นเปิด ปิดโปรแกรมเร็วกว่ามาก ช่วงนั้นมีโปรแกรมต่าง ๆ ที่ีรองรับ palm มาก เรียกว่าอยากได้อะไรติดตัว สามารถ load ลง palm ได้หมด แบบเปิดโปรแกรมปุ๊บ ติดปั๊บ ไม่เหมือน pocket pc ซึ่งยังมีอาการหน่วงเล็กน้อย ถึงปานกลาง และที่สำคัญ hang บ้างได้บางเวลา ขึ้นอยู่กับว่าลงโปรแกรมเยอะหรือแปลกแค่ไหน

จนกระทั่งโลกเปลี่ยนไป และวันนึงน้อง clie ก็เกิดอาการงอแง เปิดไม่ติดขึ้นมาซะงั้น ก็เลยเอาไงดีง่ะ ตังค์ก็ยังไม่มีด้วย ก็เลยหันไปจับไอ้เจ้า e740 มาใช้แทนไปพลาง ๆ ก่อน กะว่าจะให้เป็นตัวแทนน้อง palm ซักพักนึง ถ้ามีตังค์ค่อยไปถอยน้อง palm มาใหม่ แล้วก็เผอิญอยู่ในช่วงที่ Pocket PC มันตีตลาดพอดี สาเหตุนึงก็คือการเป็น smart phone ซึ่งเป็น PDA ที่สามารถโทรศัพท์ได้ อันนี้คิดว่าเป็นสาเหตุใหญ่เลยว่าทำไมคนจึงเปลี่ยนมาใช้ Windows Mobile กันเยอะขึ้น กลับไปตอนที่เริ่มหันไปใช้ e740 พอใช้ไปใช้มา ก็ปรากฎว่ามันก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แฮงค์บ้างแต่ก็โอ ก็เลยใช้ต่อ ๆ มา

วันดีคืนดีดันทำ เจ้า e740 ตกซะงั้น ฝาด้านบนแตกหมดเลย ตกใจมาก ไม่รู้ว่าเครื่องจะเสียมั้ย แต่ไม่กังวลว่าข้อมูลจะหายเพราะว่า sync ไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว พอเปิดอีกที ปรากฎว่าเปิดได้แฮะ แต่มันก็มีรอยแตกอยู่ตรงขอบ ๆ คราวนี้ @kunlaya ก็เลยถามว่าจะเอาเครื่องใหม่มั้ย ถ้าจะเอา จะเอา palm หรือ Windows Mobile ก็เลยหันไปยิ้ม แห่ ๆ เอาแบบที่มันรวมอยู่ในโทรศัพท์ด้วยกันได้มั้ยอ่ะ @kunlaya ก็ไฟเขียว ก็เลยได้ฤกษ์ถอย Dopod 818 Pro มาเป็นของตัวเอง และก็ยังคงใช้มาถึงปัจจุบันนี้ (โครงการในอนาคต ตอนนี้กำลังเสนอหลักการ และรออนุมัติอยู่ ว่าจะถอย Diamond หรือไม่ก็รอดู android ว่าจะขนาดไหน)

ช่วงนี้มีข่าวว่า palm จะเปิดตัว palm pre ซึ่งเป็น PDA phone ตัวใหม่ ที่ถูกกระแสจับตามองค่อนข้างมาก แต่เท่าที่อ่าน ๆ ดูก็ยังมีคนไม่แน่ใจว่าไอ้เจ้า palm pre เนี่ย จะสามารถกู้ชื่อเสียง เกียรติยศของ palm กลับคืนมาได้มั้ย บางคนก็บอกว่ามันเป็นโทรศัพท์ที่ดี แต่อาจจะสู้กับ WM ไม่ได้ แล้วยิ่งคู่แข่งที่น่ากลัีวอย่าง iphone อีก แล้วไหนจะ android ที่จะเิปิดตัวอีก ก็คงต้องรอดูกันอีกทีว่าจะหัวหรือก้อย

วันนี้เลยไปขุดกรุสมบัติ ก็เผอิญเจอเจ้า palm IIIx กับ Toshiba e740 ซึ่งยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ (ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนับ 10 ปีแล้วก็ตาม) โดยเฉพาะเจ้า palm IIIx ซึ่งสภาพใหม่มาก เพราะเคยใช้แค่อาทิตย์เดียว แล้วก็เก็บใส่กล่องเอาไว้ เลยเอาภาพมาฝาก เผื่อใครหลาย ๆ คนจะระลึกถึงความหลัง ^^

ป้ายกำกับ: , ,